กฎหมายหรือวิชาที่ว่าด้วยการแบ่งมรดกตามหลักการของศาสนาอิสลาม ซึ่งมีระบุสัดส่วนไว้อย่างชัดเจนในคัมภีร์อัลกุรอาน
เจ้าของมรดก หรือผู้เสียชีวิตที่ทิ้งทรัพย์สินไว้ให้แก่ทายาท
ทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกของผู้เสียชีวิต
ทายาทกลุ่มแรกที่มีสัดส่วนการรับมรดกกำหนดไว้อย่างตายตัวในอัลกุรอาน (เช่น ได้รับ 1/2, 1/4, 1/8, 2/3, 1/3 หรือ 1/6) เช่น ภรรยา สามี บิดา มารดา
ทายาทผู้รับส่วนเหลือ คือผู้ที่จะได้รับมรดกในส่วนที่เหลือทั้งหมด หลังจากแบ่งให้กลุ่ม "ซะวิลฟุรูฎ" เสร็จสิ้นแล้ว (มักจะเป็นญาติฝั่งชาย เช่น บุตรชาย, พี่น้องชาย)
การถูกกันสิทธิ หรือการตัดสิทธิไม่ให้รับมรดก เนื่องจากมีทายาทลำดับที่ใกล้ชิดกว่ามาบดบัง (เช่น ปู่ จะถูกกันสิทธิโดย บิดา ทำให้ปู่ไม่ได้รับมรดก)
กรณีที่สัดส่วนรวมของทายาททั้งหมดบวกกันแล้ว "เกินกว่ากองมรดก (เกิน 1)" ระบบจะทำการเพิ่มฐานเลขส่วน เพื่อให้ทายาททุกคนถูกลดสัดส่วนลงตามอัตราส่วนที่ยุติธรรม และแบ่งทรัพย์สินได้พอดี
การคืนส่วนเหลือ ตรงข้ามกับ "เอาล์" คือกรณีที่แบ่งให้ทายาทซะวิลฟุรูฎแล้วยังมีมรดกเหลือ แต่ไม่มีทายาทอัศเศาะบะฮฺมารับส่วนที่เหลือ ทรัพย์นั้นจะถูกตีกลับไปเฉลี่ยเพิ่มให้แก่ทายาทกลุ่มเดิมตามสัดส่วน
พินัยกรรม หรือการสั่งเสียมอบทรัพย์สินหลังความตาย หลักอิสลามอนุญาตให้ทำพินัยกรรมได้ ไม่เกิน 1/3 ของทรัพย์สินทั้งหมด และ ห้าม ทำพินัยกรรมมอบให้แก่ผู้ที่เป็นทายาทรับมรดกอยู่แล้ว
การให้โดยเสน่หาขณะที่ผู้ให้ยังมีชีวิตอยู่และมีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ เมื่อให้แล้วทรัพย์สินนั้นจะตกเป็นของผู้รับทันที ไม่ถือเป็นกองมรดกเมื่อผู้ให้เสียชีวิต
ช่วงเวลาการรอคอยของสตรีหลังจากการหย่าร้างหรือสามีเสียชีวิต หากสามีเสียชีวิตในช่วงที่ภรรยาอยู่ในช่วงอิดดะฮฺของการหย่าที่สามารถคืนดีได้ (ร็อจญ์อีย์) ภรรยายังมีสิทธิรับมรดก
บุคคลสูญหายที่ไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่ายังมีชีวิตอยู่หรือไม่ ในการแบ่งมรดกจะต้องกันส่วนแบ่งของเขาไว้จนกว่าจะได้รับการยืนยันสถานะ
กองมรดก หรือทรัพย์สินทั้งหมดที่ผู้ตายทิ้งไว้ ก่อนที่จะถูกนำไปหักค่าใช้จ่ายจัดการศพ ชำระหนี้สิน และจ่ายตามพินัยกรรม
ค่าใช้จ่ายในการจัดการศพ เช่น ค่าอาบน้ำศพ ค่าผ้ากะฝั่น ค่าขุดหลุมฝังศพ ซึ่งต้องหักออกจากกองมรดก "เป็นอันดับแรกสุด"
คลังสมบัติของรัฐอิสลาม หรือทรัพย์สินสาธารณะ ในการแบ่งมรดก หากไม่มีทายาทที่เหมาะสมหรือไม่มีผู้รับมรดกเลย ทรัพย์สินจะตกเป็นของบัยตุลมาล
ระบบคำนวณอัตโนมัติของ Mawaris ที่พัฒนาขึ้นตามหลักการฟะรออิด โดยมีลำดับการคำนวณที่ถูกต้อง ได้รับการตรวจสอบโดยคณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ
หนี้สินของผู้ตาย แบ่งเป็น 2 ประเภทคือ หนี้ที่มีต่อมนุษย์ (เช่น กู้ยืม) และ หนี้ที่มีต่ออัลลอฮฺ (เช่น ซะกาตที่ยังค้างจ่าย, ค่าปรับทางศาสนา) ต้องชำระให้หมดก่อนแบ่งมรดก
ผู้เสียชีวิตที่ไม่มีทายาทสายตรงเลย คือ "ไม่มีต้น" (ไม่มีบิดามารดา หรือปู่ย่าตายาย) และ "ไม่มีปลาย" (ไม่มีบุตรหลานสืบสันดาน) มรดกจึงตกแก่พี่น้องแทน
เครือญาติห่างๆ หรือญาติฝั่งหญิง ที่ไม่ใช่กลุ่ม "ซะวิลฟุรูฎ" และไม่ใช่ "อัศเศาะบะฮฺ" (เช่น น้า, อาหญิง, หลานที่เกิดจากลูกสาว) ปกติจะไม่มีสิทธิรับมรดก เว้นแต่ไม่มีทายาทสองกลุ่มแรกเลย
มรดกซ้อนมรดก คือกรณีที่ทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดกได้ "เสียชีวิตลง" ก่อนที่กองมรดกแรกจะถูกแบ่ง ทำให้ต้องนำส่วนแบ่งของเขานั้น ไปคำนวณแบ่งต่อให้แก่ทายาทของเขาอีกทอดหนึ่ง
ผู้ที่ถูก "ตัดสิทธิ" จากการรับมรดกโดยสิ้นเชิงเนื่องจากมีคุณสมบัติต้องห้าม เช่น เป็นผู้ลงมือฆ่าเจ้าของมรดก หรือ ผู้ที่ต่างศาสนากับผู้ตาย (ต่างจาก "หะญับ" ที่ถูกตัดสิทธิเพราะมีญาติใกล้ชิดกว่ามาบดบัง)
กรณีศึกษาพิเศษที่มีเฉพาะ บิดา มารดา และคู่สมรส (สามีหรือภรรยา) โดยกฎหมายพิเศษจะให้มารดาได้รับ 1/3 "ของส่วนที่เหลือ" (หลังหักให้คู่สมรสแล้ว) แทนที่จะเป็น 1/3 ของทั้งหมด เพื่อรักษาสัดส่วนไม่ให้มารดาได้มากกว่าบิดา
กรณีศึกษาพิเศษที่ "พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน" ต้องมาแบ่งรับมรดกในสัดส่วน 1/3 ร่วมกับ "พี่น้องร่วมแต่มารดา" อย่างเท่าเทียมกัน (เนื่องจากหากคำนวณตามปกติ พี่น้องแท้ๆ จะไม่ได้อะไรเลยในกรณีนี้)
ไม่พบคำศัพท์ที่ค้นหา
ลองค้นหาด้วยคำอื่น หรือใช้คำใกล้เคียง